แนะนำมหาวิทยาลัยกว่างไว่

 

                 มหาวิทยาลัยภาษาและการค้าต่างประเทศกวางตุ้งในฐานะเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่สำ

-คัญ แห่งหนึ่งในมณฑลกวางตุ้ง  เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำที่มีลักษณะความเป็นสากลอย่างเด่นชัด  เป็นฐานสำคัญในการผลิตบุคลากรที่มีวิสัยทัศน์สู่ความเป็นสากลและในการวิจัยด้านภาษาและวัฒน

-ธรรมต่างประเทศ  ด้านเศรษฐกิจและการค้าต่างประเทศ  ตลอดจนด้านยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศในภาคใต้ของจีน   ปัจจุบันมีนักศึกษาระดับปริญญาตรีทั้งสิ้น 20,454 คน  ระดับปริญญาโทและปริญญาเอกจำนวน 2,000 กว่าคน นอกจากนั้นยังมีนักศึกษาระดับอนุปริญญา  ระดับประกาศ-นียบัตรในหลักสูตรการศึกษาผู้ใหญ่  และนักศึกษาที่เข้ารับการอบรมในหลักสูตรต่าง ๆ  ตลอดจนนักศึกษาชาวต่างประเทศอีกจำนวน 13,000 กว่าคน 

 

ประวัติมหาวิทยาลัยกว่างไว่

                  มหาวิทยาลัยภาษาและการค้าต่างประเทศกวางตุ้งเป็นสถาบันการศึกษาที่เกิดจากการรวมกันของสถาบันภาษาต่างประเทศกวางโจวและสถาบันการค้าต่างประเทศกวางโจว  สถาบันภาษาต่างประเทศกวางโจวก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ.1965เป็น 1ใน3 ของสถาบันอุดมศึกษาที่มีชื่อเสียง

ซึ่งสังกัดกระทรวงศึกษาธิการของจีนที่มุ่งเน้นการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศโดยเฉพาะ ส่วน สถาบันการค้าต่างประเทศกวางโจวก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1980  เป็นสถาบันอุดมศึกษาที่สังกัดกระทรวงการค้าต่างประเทศเดิม (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นกระทรวงพาณิชย์ )  และเป็นหนึ่ง ในหน่วยงานที่ริเริ่มก่อตั้งสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์และการค้าระหว่างประเทศทั่วประเทศจีน  ในเดือนมิถุนายน  ปี ค.ศ. 1995 สถาบันทั้งสองแห่งนี้ก็ได้รวมกันเป็นมหาวิทยาลัยภาษาและการค้าต่างประเทศกวางตุ้ง  ต่อมาในเดือนตุลาคม  ปี ค.ศ. 2008 ก็ได้รวมเอาวิทยาลัยอาชีวศึกษาการเงิน การบัญชีกวางตุ้งเข้ามาอยู่ในองค์กรเดียวกันด้วย

 

วิทยาเขต

              มหาวิทยาลัยภาษาและการค้าต่างประเทศกวางตุ้งตั้งอยู่ในนครกวางโจว  ซึ่งเป็นเมืองวัฒนธรรมโบราณและศูนย์กลางเศรษฐกิจในภาคใต้ของจีน   มีวิทยาเขตทั้งหมด 3 แห่ง  มีเนื้อที่รวม 954.16 ไร่  ในจำนวนนี้  วิทยาเขตเหนือตั้งอยู่ ณ เชิงเขาไป๋หยุน หรือภูเขาเมฆขาว  มีเนื้อที่ทั้งหมด 391.2 ไร่  วิทยาเขตใต้ตั้งอยู่ในเมืองมหาวิทยาลัย  มีเนื้อที่ทั้งหมด 456.25 ไร่ ส่วนวิทยาเขตต้าหลั่งซึ่งอยู่ในเขตต้าหลั่ง  มีเนื้อที่ทั้งหมด 107.5 ไร่ ภายในวิทยาเขตเหนือมีธรรมชาติสงบร่มรื่นดี  มีธารน้ำไหลผ่านสะพานรูปโค้งที่สวยงาม  มีนกน้อยส่งเสียงเจื้อยแจ้วตลอดทั้งปี  นับเป็นแหล่งการศึกษาที่มีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการศึกษาหาความรู้

 

บุคลากรด้านการสอน

              นับตั้งแต่การสถาปนามหาวิทยาลัยกว่างไว่เป็นต้นมา  ได้มีนักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิ

หลายท่านซึ่งเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในวงวิชาการมาปฏิบัติภารกิจด้านการสอนและด้านวิชา- การที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ อาทิ ศาสตราจารย์เหลียงจงไต้  ศาสตราจารย์กุ้ยซวีชุน ศาสตราจารย์หลี่เสี่ยวจุ๋ย  ท่านทั้งหลายที่กล่าวมานี้ได้สร้างคุณูปการมากมาย และได้สั่งสมสมบัติทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าให้แก่มหาวิทยาลัย

ปัจจุบันบุคลากรสายการสอนของมหาวิทยาลัยมีจำนวน 1,173 คน ในจำนวนนี้มีผู้ที่

มีตำแหน่งทางวิชาการเป็นรองศาสตราจารย์ขึ้นไปมีสัดส่วนเป็นร้อยละ 48.3 ผู้ที่มีคุณวุฒิทางการ

ศึกษาในระดับปริญญาโทขึ้นไปมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 86.4 นอกจากนั้นยังมีผู้ที่รับหน้าที่เป็นกรรม -การในคณะอนุกรรมการกำกับมาตรฐานสาขาวิชาของสำนักงานคณะกรรมการกำกับวุฒิการศึกษาของสำนักงานคณะรัฐมนตรี 1 คน ผู้ที่เป็นกรรมการในคณะกรรมการแนะแนวการเรียนการสอนของกระทรวศึกษาธิการ 12 คน    ผู้ที่รับบำเหน็จพิเศษของสำนักงานคณะรัฐมนตรี 6 คน  ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในบุคลากรผู้ชำนาญการระดับชาติในโครงการ พัฒนาบุคลากรผู้  ชำนาญการแห่งศตวรรษใหม่1 คน  ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในบุคลากรดีเด่นในโครง การ สนับสนุนบุคลากรดีเด่นแห่งศตวรรษใหม่ ของกระทรวงศึกษาธิการ 6 คน  อาจารย์ดีเด่นระดับชาติ 1 คน ระดับมณฑล 6 คน  ศาสตราจารย์พิเศษของโครงการ นักวิชาการลุ่มแม่น้ำจูเจียง ของมณฑลกวางตุ้ง 1 คน  ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในนักวิชาการดีเด่นในโครงการ สร้างความเป็นเลิศของนักวิชาการพันร้อยสิบ (หมายถึงในระดับมหาวิทยาลัยมี 1,000 คน ระดับมณฑลมี 100 คน และในระดับชาติ 10 คน)  ระดับมณฑล 30 คน และผู้ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในนักวิชาการดีเด่นในโครงการ นักวิชาการภูเขาหยุนซาน  9 คน    นอกจากนั้นมหาวิทยาลัยยังมีศาสตราจารย์ที่มาเยือนกว่า 100 คน  และอาจารย์ชาวต่างชาติอีกประมาณ 60 คน

 

การพัฒนาทางวิชาการ

              มหาวิทยาลัยกว่างไว่มีคณะและสำนักต่าง ๆ ทั้งหมด 21 แห่ง   และสถาบันอิสระที่ร่วมกับเอกชนอีกหนึ่งแห่ง คือสถาบันพาณิชยศาสตร์หนานกั๋ว     มหาวิทยาลัยกว่างไว่เปิดสอนระดับปริญญาตรีรวมทั้งสิ้น 56 สาขา   ซึ่งครอบคลุมเนื้อหาใน 8 แขนงวิชา อันได้แก่ ศิลปศาสตร์  เศรษฐศาสตร์ วิทยาการการจัดการ   นิติศาสตร์  วิศวกรรมศาสตร์  วิทยาศาสตร์  ศึกษาศาสตร์  และศิลปกรรมศาสตร์  ในจำนวนนี้  มี 8 สาขาวิชาที่ได้รับเลือกให้เป็นสาขาวิชาที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นระดับชาติ และอีก 8 สาขาวิชาที่ได้รับเลือกให้เป็นสาขาวิชาที่ได้รับการตอบสนองอย่างดีในระดับมณฑล   มหาวิทยาลัยกว่างไว่เปิดสอนภาษาต่างประเทศรวมทั้งสิ้น 14 ภาษา  เป็สถาบันอุดมศึกษาที่มีการเปิดสอนภาษาต่างประเทศจำนวนมากที่สุดในภาคใต้ของจีน    เริ่มเปิดสอนหลักสูตรระดับปริญญาโทตั้งแต่ ค.ศ. 1981  และหลักสูตรปริญญาเอกตั้งแต่ ค.ศ. 1986    เป็นหนึ่งใสถาบันอุดม-ศึกษายุคแรกที่ได้รับสิทธิ์ในการเปิดการศึกษาระดับปริญญาโทและ  ปริญญาเอกหลังจากจีนได้เริ่มฟื้นคืนระบบการรับสมัครนักศึกษาะดับปริญญาโทและปริญญาเอกอีกครั้งหนึ่ง   ปัจจุบัน มหาวิท- ยาลัยมีสาขาวิชาที่สำคัญระดับชาติ 1 สาขา และสาขาวิชาที่สำคัญระดับมณฑล 6 สาขา มีศูนย์วิจัยหลังปริญญาเอก 1 แห่ง   มีหลักสูตรปริญญาเอกของสาขาวิชาที่เป็นหลัก 1 หลักสูตร  และหลักสูตรปริญญาเอกของสาขาวิชาที่เป็นรอง 7 หลักสูตร  หลักสูตรปริญญาโทของสาขาวิชาที่เป็นหลัก 10 หลักสูตร  หลักสูตรปริญญาโทของสาขาวิชาที่เป็นรอง 32 หลักสูตร และหลักสูตรปริญญาโททาง ด้านวิชาชีพอีก  5 หลักสูตร

 

การพัฒนาบัณฑิต

                   มหาวิทยาลัยกว่างไว่ยึดมั่นในปรัชญาของมหาวิทยาลัยที่ว่า ส่งเสริมศีลธรรม เน้นการปฏิบัติ  เรียนรู้องค์ความรู้ทั้งของจีนและของต่างประเทศ  ถือการผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพและมีวิสัยทัศน์สู่ความเป็นสากลในประชาคมโลก เป็นภารกิจสำคัญ   เน้นการบูรณาการระหว่างการเรียนการสอนความรู้เฉพาะด้านกับการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศ  เพื่อผลิตบัณฑิตที่มีความโดด-เด่นทั้งในด้านความคิดทางการเมืองและวิชาการ  มีขีดความสามารถทั้งในด้านการสื่อสารข้ามวัฒนธรรมและการปฏิบัติอย่างสร้างสรรค์   มีวิสัยทัศน์สู่ความเป็นสากล มีความรับผิดชอบสูงต่อสังคม  มีความรอบรู้เรื่องกฎระเบียบที่เป็นสากล  สามารถประสานความร่วมมือและแข่งขันกับต่างประเทศได้   

     มหาวิทยาลัยกว่างไว่เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัย 19 แห่งทั่วโลกที่ผลิตบุคลากรด้าน

การล่าม  การแปลแบบชำนาญการให้แก่องค์การสหประชาชาติ   เป็นสถาบันอุดมศึกษาที่มุ่งเน้นการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศเพียงแห่งเดียวที่ได้รับการเลือกให้ร่วมโครงการ“แคมปัส เอเชีย”  มีฐานการผลิตบัณฑิตสำหรับภาษาที่มีคนใช้น้อยซึ่งอยู่ในสังกัดของกระทรวงศึกษาธิการ ได้แก่ศูนย์การวิจัยการเรียนการสอนภาษาที่มีคนใช้น้อย และเป็นมหาวิทยาลัยที่ได้รับเลือกให้ดำเนินโครงการนำร่องการปฏิรูปรูปแบบการอบรมบุคลากรชำนาญการของกระทรวงศึกษาธิการของจีน ซึ่งก็คือโครงการนำร่องการปฏิรูปรูปแบบการอบรมบุคลากรชำนาญการด้านธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ    จากผลการสำรวจของไมคอสซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านการศึกษา  ตั้งแต่ปี 2008- 2011 ขีดความสามารถในการเข้าตลาดแรงงานและระดับเงินเดือนของบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาจากมหา- วิทยาลัยกว่างไว่อยู่ในอันดับต้นติดต่อกันมาหลายปีทั่วประเทศจีน (รวมสถาบันอุดมศึกษาในโครงการ 985 :-โครงการ “พัฒนาสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำของโลก ” และ โครงการ211:-โครงการ “พัฒนาสถาบันอุดมศึกษาที่สำคัญ 100 แห่งเพื่อมุ่งสู่ศตวรรตที่ 21”)    เมื่อปี ค.ศ. 2010  อัตราการได้งานของนักศึกษาระดับปริญญาตรีและปริญญาโทสูงถึงร้อยละ 99.02 และ 98.45 ตามลำดับ  อยู่ในอันดับต้นทั่วประเทศจีนเช่นกัน  มหาวิทยาลัยกว่างไว่เปิดรับสมัครนักศึกษาจากมณฑล  เขตการปกครองตนเอง และเมืองต่าง ๆ 20 กว่าแห่ง รวมทั้งฮ่องกง  มาเก๊าและไต้หวัน   ซึ่งสภาพการรับสมัครจัดอยู่ในกลุ่มเอทั่วประเทศจีน

 

งานวิจัย

มหาวิทยาลัยกว่างไว่มีสถาบันวิจัยที่สำคัญทางสาขาสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์

อยู่ในสังกัดของกระทรวงศึกษาธิการจีน 1 แห่ง  คือ ศูนย์วิจัยภาษาศาสตร์และภาษาศาสตร์ประยุกต์

ต่างประเทศ มีสถาบันวิจัยที่สำคัญทางสาขาสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ของมณฑลกวางตุ้ง      4  แห่ง  ได้แก่ ศูนย์วิจัยวรรณกรรมและวัฒนธรรมต่างประเทศ  ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศ  ศูนย์วิจัยการแปลและศูนย์วิจัยนักธุรกิจเชื้อสายกวางตุ้ง   นอกจากนี้ยังมีสถาบันวิจัยที่สำคัญทางสาขาสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ของเมืองกวางโจวอีก 1 แห่ง  ได้แก่  สถาบันวิจัยของศูนย์ธุรกิจการค้าระหว่างประเทศกวางโจว  และยังมีสถาบันวิจัยยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศแห่งมณฑลกวางตุ้ง  กับสถาบันบริการเอาท์ซอร์สซิ่งนานาชาติรวมอยู่ด้วย

             วารสารวิชาการที่จัดพิมพ์ในมหาวิทยาลัยมี “ภาษาต่างประเทศยุคปัจจุบัน ”“เศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศปริทัศน์”  “วารสารมหาวิทยาลัยภาษาและการค้าต่างประเทศกวางตุ้ง” “แนวนโยบายเชิงกลยุทธ์ศึกษา”  เป็นต้น วารสารเหล่านี้ต่างก็ได้รับการยอมรับเป็นอย่างดี

 

ความร่วมมือกับต่างประเทศ

มหาวิทยาลัยกว่างไว่ให้ความสำคัญกับความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนทางการ

ศึกษากับนานาประเทศ  ปัจจุบันได้สร้างความร่วมมือทางวิชาการกับมหาวิทยาลัยและองค์กรวิชาการต่าง ๆ กว่า 190 แห่งจาก 32 ประเทศและทุกภูมิภาคทั่วโลก เช่น สหรัฐฯ  อังกฤษ  ฝรั่งเศส  เยอรมนี  สเปน  อิตาลี  แคนาดา  ออสเตรเลีย  ญี่ปุ่น  รัฐเซีย  มาเลเซีย  อินโดนีเซีย  ประเทศไทย  เวียดนาม  เกาหลีใต้  ชิลี คิวบา  เม็กซิโก   ฮ่องกง  มาเก๊า และไต้หวัน  เป็นต้น  และได้ร่วมกันจัดตั้งสถาบันขงจี๊ 3 แห่ง กล่าวคือ  สถาบันขงจี๊มหาวิทยาลัยซัปโปโรของญี่ปุ่น  สถาบันขงจี๊มหาวิทยาลัยอุราลของรัฐเซีย และสถาบันขงจี๊มหาวิทยาลัยเซนต์แมรีของเปรู

 

สถานที่และอุปกรณ์ด้านการเรียนการสอน

              มหาวิทยาลัยกว่างไว่มีอุปกรณ์ด้านเรียนการสอนที่ทันสมัยครบครัน  ล้ำหน้าสถาบัน

อุดมศึกษาระดับเดียวกันภายในประเทศจีน  มีเครือข่ายและฐานจัดการข้อมูลภายในมหาวิทยาลัย

ที่ทันสมัย  นอกจากนั้น ยังมีห้องปฏิบัติการที่สำคัญระดับมณฑลอีก 2 ห้อง ศูนย์สาธิตการเรียน

การสอนที่สำคัญระดับมณฑล 4 แห่ง  และห้องปฏิบัติการทั่วไปที่รวมแล้วมีเนื้อที่ทั้งหมด 5 หมื่น

 2 พันกว่าตารางเมตร  หอสมุดในวิทยาเขตเหนือและวิทยาเขตใต้รวมแล้วมีพื้นที่ทั้งหมด 5 หมื่น

ตารางเมตร  มีหนังสือทั้งภาษาจีนและภาษาต่างประเทศประเภทต่าง ๆ รวม 2 ล้าน 3 แสน 2 หมื่นเล่ม   หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ทั้งภาษาจีนและภาษาต่างประเทศ 1 ล้าน 7 แสนเล่ม  วารสาร นิตยสารและหนังสือพิมพ์ต่าง ๆ ทั้งภาษาจีนและภาษาต่างประเทศ 3,114 ฉบับ   และฐานข้อมูลทั้งของจีนและต่างประเทศ 80 กว่าชนิด  สามารถบริหารจัดการข้อมูลการจัดซื้อ  การจัดทำบัญชีรายชื่อหนัง -สือ  และการจัดส่ง  ตลอดจนการค้นหาหนังสือในเครือข่ายได้มากถึง 16 ภาษา   ปัจจุบันมหาวิทยาลัยกว่างไว่มีสินทรัพย์ถาวรคิดเป็นมูลค่า 2 พัน 5 ร้อยล้านหยวน

 

ปณิธาน

              มหาวิทยาลัยกว่างไว่ยืนหยัดในปณิธานทางการศึกษาที่ว่า “ดำเนินการศึกษาแบบองค์รวม  แสวงหาความเลิศล้ำด้านวิชาการ”  มุ่งสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่ “มีความหลากหลาย  มีชีวิตชีวาและบรรจงประณีต”  โดยการพัฒนาแก่นสารของมหาวิทยาลัยอย่างแน่วแน่ เร่งรัดการปฏิรูปอย่างสร้างสรรค์และผลักดันยุทธศาสตร์ความเป็นนานาชาติในด้านการศึกษา  เพื่อให้คณาจารย์  นักศึกษา และงานวิจัย ตลอดจนการบริหารจัดการของมหาวิทยาลัยมีลักษณะที่เป็นสากล ทำให้มหาวิทยาลัยกว่างไว่เป็นสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำที่มีคุณภาพ  มีเอกลักษณ์ความเป็นสากลอย่างเด่นชัดและได้รับการตอบรับอย่างดีจากสังคม

(รวบรวมข้อมูลจนถึงวันที่ 31 ตุลาคม ปี 2011)